
1. ไม่เดินตามใคร
กว่าที่ใครคนนึงจะก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้า หรือผู้นำองค์กรได้ ต้องผ่ านการ
สั่งสมความรู้มีไอดอลทางธุรกิจแต่การสั่งสมความรู้
จนก้าวไปถึงจุดที่ประสบความสำเร็จได้ไม่ใช่เกิดจากการเลียนแบบหรือเดิน
ตามแผนธุรกิจของใครแต่เป็นการนำความรู้มาประยุกต์
ใช้ให้เหมาะกับธุรกิจ หรือรูปองค์กรเพราะถ้าเราลอกเลียนแบบวิ ธีของคนอื่นมา
เมื่อเจอปัญหา เขาจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่ างถูกต้อง
2. ใช้เหตุผลมากกว่าอ ารมณ์
แม้ว่าคนส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ จะมีความมั่นใจในแต่เองสูง
แต่หัวหน้าที่ดีและยอดเยี่ยมจะมีทั้งความมั่นใจใช้เหตุผลมากกว่าอ ารมณ์
อีโก้ไม่สูงมากเกินไปจนไม่ยอมฟังใครและไม่อายที่จะยอมรับกับลูกน้องว่า
ไม่มีความรู้ในเรื่องบางเรื่องก็แน่ละหัวหน้าไม่ใช่ Google นี่นา ที่ถามอะไร
ไปก็ตอบได้
3. ท้าทายตัวเองอยู่เสมอ
หัวหน้าที่ดีจะไม่หยุดอยู่กับที่ หรือยิ้มอยู่กับความสำเร็จเดิมเป็นเวลานาน
เพราะเมื่อเขาบรรลุงานตามแผนแล้ว ถือว่าความตื่นเต้นท้าทายได้สิ้นสุดลง
เขามักจะมองหาความท้าทายใหม่ ๆ เพื่อเรียนรู้และก้าวข้ามไปให้ได้
4. แก้ปัญหาที่ใหญ่ได้
คนที่มีความสามารถจริง ไม่ได้แก้ปัญหาได้ แค่เรื่องเล็ก ๆ เท่านั้น แต่ต้องแก้ปัญหาใหญ่ ๆ
ปัญหาระดับองค์กรได้ด้วยทั้งปัญหาลูกค้า การเ งิน บริหารจัดการองค์กร
ซึ่งหัวหน้ามักมีไอเดียดี ๆ หรือสามารถคิดนวัต กร รมในการแก้ปัญหาขึ้นมาได้
5. มีวิสัยทัศน์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ลูกน้องทำตามได้
ถ้าจะบอกว่าหัวหน้าคือ แบบอย่ างขององค์กร ก็คงไม่ผิด ดังนั้น ทั้งการกระทำ
และแนวคิดของหัวหน้าจึงเป็นสิ่งที่พนักงานดูเป็นแบบอย่ างการใฝ่รู้
มีวิสัยทัศน์ที่ดี ตั้งใจทำงาน มีน้ำใจ ฯลฯเป็นสิ่งที่จะทำให้ พนักงานค่อย ๆ
ซึมซับและนำไปปฏิบัติ ด้วยในที่สุด
6. เมื่อลูกน้องพูด หัวหน้าฟัง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ธุรกิจ เรื่องทั่วไปหรือเรื่องส่วนตัว หัวหน้าที่ดีจะพร้อมเปิดใจรับฟัง
เพราะความสำเร็จของผู้นำองค์กรขึ้นอยู่กับการเปิดมุมมองที่ใหม่
และแต กต่างการได้ฟังความคิดของพนักงานที่หลากหลายถือเป็นการลงทุนด้านเวลา
ที่คุ้มค่าและการช่วยลูกน้องแก้ไขปัญหา จะทำให้พวกเขารักและเคารพเรามากยิ่งขึ้น
7. สอนงานเป็น
การที่เราจะสอนงาน ลูกน้องได้ แปลว่าเราต้องรู้และเข้าใจ ในบริบทของงานเป็นอย่ างดี
ว่าต้องเริ่มต้นอย่ างไร ดำเนินการแบบไหนจึงจะได้ผลลัพธ์ออกมาเหมาะสมและทันเวลา
หัวหน้าบางคนไม่สอนงานลูกน้องหรือสอนงานลูกน้องไม่เป็นแถมให้ไปเรียนรู้
จากเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศสุดท้ายเขาก็จะมองว่าคุณสอนงานไม่เป็น
หรือไม่รู้จักสละเวลาให้ลูกน้องเลย
ขอบคุณที่มา : sabailey